TOKYOBIKE BISOU

TOKYOBIKE BISOU

จริง ๆ ผมจะเขียนถึงจักรยานที่ผมซื้อไว้หลังจากกลับมาจากทริปญี่ปุ่นได้ไม่นานมาตั้งนานแล้ว แต่ผมยังไม่มีโอกาสเขียนถึงสักที ตอนนี้ผมเขียนทริปญี่ปุ่นจบไปแล้ว ก็เลยขอเขียนถึงเจ้า TOKYOBIKE BISOU สี Vincent Blue ตัวนี้สักหน่อย ก่อนที่จะเริ่มเขียนทริปไต้หวันครับ

tokyobike Thailand old Ari branch

ที่มาของจักรยานคันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากกระแสการขี่จักรยานในบ้านเราช่วงนั้น บวกกับการเข้าไปเห็นจักรยานหน้าตาคล้าย ๆ แบบนี้ตอนไปญี่ปุ่น พอกลับมาหา เลยมาลองหาข้อมูลดูก็เลยเจอจักรยานยี่ห้อนี้เข้า ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสลองขี่ เพราะตอนนั้นไม่มีร้านในบ้านเรานำเข้ามาขาย

หลังจากรอมาเป็นเวลาสักพักใหญ่ ก็มีคนนำ tokyobike เข้ามาขายในไทย ผมเองก็มีโอกาสไปลองขี่จักรยานอยู่ในซอยอารีย์ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านตอนนั้น ซึ่งพอได้ลองแล้ว ก็ตัดสินใจว่า ถ้าจะซื้อจักรยารก็ต้องยี่ห้อนี้ล่ะ ถึงแม้ราคาจะสูง ออฟชั่นอะไหล่ต่าง ๆ สู้ชาวบ้านที่ราคาเท่ากันไม่ได้ก็ตาม

TOKYOBIKE BISOU

การรอคอยของผมสิ้นสุดลงตอนช่วงหลังกลับมาจากทริปญี่ปุ่นรอบ 3 ไม่นาน คือผมดันบังเอิญได้โปรโมชั่นลดราคาพิเศษมา ซึ่งช่วงนั้นใครติดตามจักรยานยี่ห้อนี้มาบ้างจะทราบว่า ปกติศูนย์ไทยเราไม่ค่อยทำโปรส่วนลดออกมาสักเท่าไร ก็เลยได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในช่วงนั้น

TOKYOBIKE BISOU

สำหรับสีของจักรยานนั้น ตอนที่ดูในเว็บ ผมรู้สึกว่าสี Grey Blue นั้นดูดีมาก แต่พอมาดูของจริงแล้ว กลับไม่ชอบสีนี้ เพราะดูแล้วมันเรียบเกินไป สุดท้ายก็มาตกลงปลงใจกับสี Vincent Blue แทน

TOKYOBIKE BISOU

จักรยานของ tokyobike ออกแบบด้วยแนวความคิด “TOKYO SLOW” ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายภายในเมือง เพื่อให้ผู้ขี่ได้สัมผัสกับบรรยากาศรอบข้างมากกว่าความเร็วของตัวจักรยานเอง

แนวความคิด TOKYO SLOW ของ tokyobike อาจจะดูแตกต่างไปจากจักรยานเจ้าอื่น ๆ อยู่บ้าง แต่ถ้าย้อนไปดูประวัติของบริษัทที่เริ่มต้นจากย่านที่เงียบสงบในโตเกียวอย่าง Yanaka ผมเองก็ไม่แปลกใจที่ย่าน Yanaka จะมีอิทธิพลต่อแนวความคิดและงานออกแบบของจักรยานเอง

TOKYOBIKE BISOU

tokyobike เองทำจักรยานออกมาหลายรุ่น เช่น TOKYOBIKE CS ซึ่งเป็นจักรยานทรงสปอร์ต แต่ผมเลือก TOKYOBIKE BISOU จากทรงจักรยานแบบคานเฉียงคล้ายกับทรงจักรยานแม่บ้าน ทำให้เวลาขี่ไม่ต้องก้มขี่เหมือนกับรุ่น CS

ขนาดเฟรมของ BISOU ในเว็บไทยระบุเอาไว้ 3 ขนาดคือ XS (42 ซม.) S (45 ซม.) และ M (50 ซม.) ซึ่งเป็นขนาดของเจ้า BISOU ที่ซื้อมา การขึ้นขี่ทำได้ง่าย และมีขนาดไม่เล็กเกินไปสำหรับผู้ชาย

TOKYOBIKE BISOU

ตัวเฟรมทำจากวัสดุยอดนิยมอย่างโครโมลี่ ผลิตในไต้หวัน ส่วนอะไหล่สีโลหะอื่น ๆ จะทำผิวแบบกึ่งเงากึ่งด้าน ทำให้เมื่อมาอยู่รวมกับเฉดสีของเฟรมแล้ว ดูเด่นกว่าจักรยานยี่ห้ออื่น ๆ และเป็นสาเหตุที่ผมชอบ tokyobike ด้วย

ตัวเบาะนั่งนั้นเป็นเบาะมาตรฐานของ tokyobike ซึ่งหุ้มด้วยหนังเทียม ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างแข็ง เวลาขี่นาน ๆ รู้สึกปวดก้นมาก

TOKYOBIKE BISOU

แฮนด์จักรยานเป็นแบบโค้งยกสูงขึ้นคล้ายจักรยานแม่บ้าน เพื่อให้ไม่ต้องก้มตัวลงมาปั่นจักรยาน ตรงมือจับจะเป็นปลอกยางที่เอานั่งเทียมมาพันอีกที ให้ความรู้สึกตอนจับที่ดีกว่ามือจับยาง

TOKYOBIKE BISOU

มือเกียร์ที่ติดมากับ BISOU รุ่นแรก ๆ จะเป็นแบบบิด Grip Shift ของ SRAM แต่ตอนนี้ทาง tokyobike เปลี่ยนมาใช้มือเกียร์กดของ Shimano แทนแล้ว ส่วนตัวชอบแบบบิด เพราะปรับเกียร์ได้ถนัดกว่า

TOKYOBIKE BISOU

ชุดจานหน้าเป็นดีไซน์ของ tokyobike เอง ขนาดเฟือง 42T ชุดจานหลังเป็น Shimano Tourney แบบ 7 สปีด

TOKYOBIKE BISOU

ล้อจักรยานขนาด 26 นิ้ว ใช้ยางขนาด 26 x 1.15 สีดำ – งาช้างของ Cheng Shin Tire ล้อทั้งสองข้างมีแกนยึดดุมล้อแบบ quick release มาให้

TOKYOBIKE BISOU

นอกเหนือจากตัวจักรยานแล้ว ที่ร้านยังให้สีทัชอัพ 1 หลอดและตัวสะท้อนแสงที่ผมเข้าใจว่าเอาไว้ไปติดกับบันไดจักรยานมาให้ แต่ผมไม่ได้ใช้ ก็เลยเก็บเอาไว้ในถุงผ้าที่เขาให้มา

TOKYOBIKE BISOU

จุดประสงค์ผมที่ซื้อเจ้า BISOU มา ก็เพื่ิิอเอาไว้ขี่ออกกำลังกายอยู่ภายในบริเวณระแวกบ้าน ซึ่งถนนหนทางจัดว่าค่อนข้างดี ไม่ได้มีหลุมบ่อหรือเนินอะไร ส่วนตัวคิดว่ามันตอบโจทย์ตรงนี้ของผมได้ดี ตัวจักรยานคล่องตัวและควบคุมได้ง่าย ส่วนความคงทนนั้น ผมใช้งาน BISOU คันนี้มา 2.5 ปีแล้ว ก็ไม่เจอปัญหาอะไรเป็นพิเศษ ถ้าจะติก็มีแต่เรื่องของสี ที่รู้สึกว่ามันไม่ค่อยทนเวลามีของอะไรไปโดนสักเท่าไร

หากใครกำลังมองหาจักรยานสำหรับขับขี่ในเมือง ที่ดูดี คล่องตัว และควบคุมง่าย เจ้า TOKYOBIKE BISOU ก็จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่งครับ

More info

tokyobike Thailand

Leave a Reply