เที่ยวญี่ปุ่น 3 : วัด Sensoji และซื้อของที่ FUJIYA AVIC Nakano

Sensoji Temple

ในวันที่ 7 ของทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งที่ 3 ด้วยความที่เพิ่งกลับมาจากภูมิภาคโทโฮคุ ผมเลยวางแผนเที่ยวอยู่แค่ภายในโตเกียวอย่างเดียว ซึ่งผมก็เริ่มต้นด้วยการไปไหว้พระที่วัด Sensoji เสียก่อน

Asakusa Station

หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวและทานข้าวเช้าที่โรงแรมแล้ว ผมก็นั่งรถไฟ Tokyo Metro ไปยังสถานี Asakusa เหมือนกับตอนที่ผมมาวัด Sensoji ครั้งก่อนหน้านี้

Asakusa

วันที่ผมไปท้องฟ้ามืดครึ้ม หมอกลงหนาจนบังยอดของ Tokyo Sky Tree ไปหมดเลย

Sensoji Temple

ผมมาเช้าไป ร้านค้าส่วนมากบนถนน Nakamise ยังไม่เปิดเลย

Sensoji Temple

ถนนโล่ง ๆ แบบนี้ ผมชอบเพราะถ่ายรูปสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องคนหลุดติดเข้ามาในรูปมากนัก

Sensoji Temple

เดินเข้าไปจนจะถึงประตู Hozomon แล้ว คนที่มาก็ยังไม่เยอะมาก

Sensoji Temple

ผมมาไหว้พระที่นี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ทุกครั้งที่มาก็จะมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป อย่างครั้งนี้ผมรู้สึกชอบมาก เพราะคนน้อยและฝนไม่ตก ทำให้รู้สึกว่าไม่ต้องรีบร้อนเหมือนครั้งก่อนหน้าที่มา

Sensoji Temple

ตอนขากลับ ร้านค้าเริ่มทยอยเปิดมากขึ้น พร้อม ๆ กับจำนวนคนที่เริ่มมาวัดกันมากขึ้น

Nakano Sun Mall

จากนั้นผมก็นั่งรถไฟไปยังสถานี Nakano เพื่อไปยัง Nakano Broadway สวรรค์ของคนรักของสะสม ที่ชวนให้ผมนึกถึงบรรยากาศห้างดิ โอลด์ สยามของบ้านเรา

Nakano Broadway

ร้านค้าใน Nakano Broadway จะเริ่มต้นเปิดกันประมาณ 10 โมงเป็นต้นไป ยกเว้นร้านของสะสมเช่น Mandarake ที่เปิดตอนเที่ยง ผมเองเลยแวะ Matsumoto Kiyoshi ที่ Nakano Sun Mall ซื้อของให้ที่บ้านก่อน

Nakano Broadway

ผมพบว่าเวลาผ่านไปแค่ประมาณปีครึ่ง ร้านค้าบางส่วนใน Nakano Broadway ก็ได้ปิดตัวและเป็นพื้นที่ให้ร้านค้าใหม่ ๆ เข้ามาแทน เช่น Utahime Dome ที่ขายแผ่นซีดีเพลงไอดอล รูปถ่าย และเทรดดื้งการ์ด ก็กลายเป็นที่อยู่ของร้านใหม่แทน

FUJIYA AVIC Part1

เป้าหมายในการมา Nakano Broadway รอบนี้ คือการมาซื้อของที่ร้าน Fujiya Avic หนึ่งในร้านขายหูฟังที่คนในวงการเล่นหูฟังน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งร้าน Fujiya Avic จะประกอบด้วยแผนกย่อย ๆ กระจายกันอยู่ใกล้ ๆ ที่ชั้น 3 ได้แก่ part 1 แผนกกล้อง part 2 อุปกรณ์ทำเพลงและดีเจ และ part 3 เครื่องเสียงและหูฟัง ที่เป็นเป้าหมายของผมครั้งนี้

FUJIYA AVIC Part3

สาเหตุที่ผมมาซื้อของที่นี้ เพราะว่าของที่ผมจะเอานั้นที่นี้ขายถูกที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับ e-earphone และ Yodobashi แถมยังทำ tax free ได้ด้วย (ตอนที่ผมไป e-earphone ยังทำ tax free ไม่ได้)

ถ้าให้เปรียบเทียบ Fujiya Avic กับ e-earphone แล้ว ผมคิดว่าที่นี้มีของจัดแสดงในร้านน้อยกว่า (แน่ละพื้นที่ร้านเล็กกว่า) แต่ถ้าของที่จะซื้อมีขายบนเว็บไซต์ ก็ให้ลองถามเจ้าหน้าที่ร้านดู ถ้าทางร้านมีของอยู่ เขาจะไปเอามาให้ครับ

Mandarake Nakano

พอผมได้ของที่ร้าน Fujiya Avic แล้ว ผมก็เดินหาแผ่นซีดีไอดอลที่ผมต้องการต่อ โชคร้ายนิดหน่อยที่ร้าน Trio2 ซึ่งเป็นแผนกขายสินค้าไอดอลหญิงปิดร้านเช็คสต๊อก เลยไม่ได้เข้าไปดู ส่วน Mandarake ที่ผมเคยเห็นว่ามีแผ่นไอดอลขาย พอได้เข้าไปดูในร้านจริง ๆ แล้ว มีของน้อยมาก เลยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไป

Nakano Station

หลังจากเสร็จจากการซื้อของที่ Nakano Broadway แล้ว ผมก็นั่งรถไฟไปกินข้าวเที่ยงที่ Sushi Midori สาขา Shibuya ต่อไป

ตอนหน้าก็จะเขียนถึงการกินซูชิที่ร้าน Sushi Midori สาขา Shibuya อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ

Leave a Reply