เที่ยวญี่ปุ่น 2 : กลับบ้านที่ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

Tokyo International Airport - TOKYO POP TOWN

แต่ร้านส่วนมากก็ปิดกันหมดแล้ว เหลือแต่คาเฟ่กับร้าน MONO ที่ยังเปิด

Tokyo International Airport - TOKYO POP TOWN

ร้าน MONO ขายพวกเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องกันหนาว เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหากับสินค้าพวกนี้ เช่น กระเป๋าไม่พอ ไม่มีเสื้อหนาว อยากได้ถุงมือ ฯลฯ

Tokyo International Airport - TOKYO POP TOWN

พอดีเห็นตู้กาจาปองจากละครเรื่อง Amachan เลยไปแลกเหรียญร้าน MONO แล้วกดกาจาปองมาลูกนึง

Tokyo International Airport

ถึงเวลาเข้าตม. เพื่อไปรอเครื่องบินออกด้านใน

Tokyo International Airport

ถึงแม้ร้านค้าข้างนอกจะปิดไปแล้ว แต่ Duty free ข้างใน ยังคงเปิดอยู่จนถึงประมาณ 5 ทุ่มครับ

Tokyo International Airport - TIAT DUTY FREE SHOP

แวะ TIAT DUTY FREE SHOP ร้านกลาง ไม่ค่อยมีของน่าสนใจเท่าไร ขนมที่เป็นของฝากก็ซื้อไว้ก่อนหน้าแล้ว แต่พอดีไปเจอมาสค็อตรณรงค์เรื่องโลกร้อนของ Sony เลยถ่ายรูปเก็บมา

Tokyo International Airport - TOKYO SOUVENIR SHOP

Duty free อีกร้านนึง เล็กกว่าร้านแรก จริง ๆ ร้าน Duty free มีเยอะกว่านี้ แต่ตอนผมไปดูเหมือนเขาปิดปรับปรุงกันอยู่

Tokyo International Airport - BOOKS & DRUGS

แวะร้านขายยา ซื้อน้ำกับวิตามินฝากที่บ้าน

Tokyo International Airport

จากนั้นก็นั่งดูทีวีรออยู่หน้าเกทที่ต้องขึ้นเครื่องเลย ขากลับยังนั่ง Boeing 787-8 ของ JAL เหมือนเดิม

Japan Airline x Soup Stock Tokyo

อาหารเช้าบนเครื่อง รอบนี้ยังคงได้อาหารจาก Soup Stock Tokyo เหมือนขากลับคราวที่แล้ว แต่ตอนที่ไปเขาเปลี่ยนเมนูใหม่เป็นซุปสตูว์มะเขือเทศใส่ไก่และผัก ทานพร้อมขนมปัง โยเกิร์ต และผลไม้

ผมเองก็แอบดีใจนะที่จะได้กินซุปของร้านนี้สักที เพราะคราวที่แล้วพี่แกก็ดันไปทำข้าวกล่องสไตล์ญีปุ่นที่ไม่มีทำขายที่ร้าน แถมตอนอยู่ในญี่ปุ่นเจอร้านนี้ที่โยโกฮาม่าก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปกิน

Japan Airline x Soup Stock Tokyo

รสชาติแบบว่าอร่อยแสงพุ่ง ขนมปังแอบแข็งนิดหน่อย แต่จิ้มซุปกินแล้วแบบว่าเข้ากันได้ดี ตอนเขียนนี้ยังคิดถึงอยู่เลย

Suvarnabhumi Airport

และในที่สุดก็ถึงประเทศไทยในตอนเช้าวันถัดไป จบการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ของผมครับ

สรุปการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ของผม ถึงแม้ว่าเป้าหมายหลัก ๆ คือการไปแสวงบุญไอดอลก็ตาม แต่ก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวส่วนอื่น ๆ ในโตเกียวด้วย ซึ่งตอนกลับมาก็คิดว่าน่าจะไปครบทุกที่แล้ว แต่เอาเข้าจริงก็ยังเที่ยวไม่ทั่วโตเกียวสักที คงต้องมีการกลับไป “เอาคืน” อย่างแน่นอน

Hashimoto Kanna at ALOOK Shibuya

ส่วนเรื่องการไปแสวงบุญไอดอลกับวงที่ติดตามอยู่ ก็ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสเจอไอดอลที่เราชอบแบบตัวเป็น ๆ ได้จับมือ ได้พูดคุย ถึงแม้ว่ามันจะมีเฟลบ้างก็ตาม โดยรวมแล้วก็จัดว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าแก่การไปจริง ๆ

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณเพื่อน ๆ บน Twitter ที่ให้คำแนะนำในทริปครั้งนี้ และผู้อ่านที่ติดตามอ่านกันจนถึงตอนสุดท้ายนี้นะครับ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปครั้งที่ 3 อีกไหม แต่ผมตั้งใจว่าจะกลับไปญี่ปุ่นอีกแน่นอน

Leave a Reply