เที่ยวญี่ปุ่น : ชมการแสดงสด ๆ ของสาว AKB48 ที่ AKB48 Theater ก่อนกลับบ้าน

akb48-team-kks-pajamas-drive-01

ขอยืมรูปจาก Live On Demand นะครับ ข้างในห้ามถ่ายรูป

จากนั้นไม่นาน สาว ๆ ก็โผล่ออกมา สำหรับสเตจที่ดูวันนั้น คือ Team Kenkyuusei 7th stage “Pajamas Drive” ซึ่งก็เปิดสเตจด้วยเพลง Shonichi ซึ่งสำหรับรายละเอียดเซ็ทลิสท์ แนะนำให้อ่านได้จากบล็อกของคุณ bossMin ครับ ผมก็นั่งอ่านบทความแก บิ้วท์อารมณ์ก่อนเข้าไปดูเหมือนกัน

akb48-team-kks-pajamas-drive-02

สำหรับตัวผมเอง สารภาพตามตรงว่า ผมไม่รู้จักเคงคิวเซย์คนไหนเลย นอกจาก Mitsumune Kaoru ที่พอได้เลื่อนขั้นเข้าทีม K ปีที่แล้ว แล้วก็ขอแกรดเลย เพราะปัญหาสุขภาพ และ LOD ของสเตจเองก็ไม่เคยดูจบ เพราะผมรู้สึกว่ามันน่าเบื่อมาก ๆ แต่พอได้มาดูสเตจแบบสด ๆ เห็นสาว ๆ ตัวเป็น ๆ นี้แบบว่าตื่นเต้น แถมเพลง Shonichi ก็เป็นเพลงโปรดผม ก็เลยคล้อยตามไปกับสาว ๆ บนเวทีได้ง่าย

สำหรับคนที่ผมพอจำได้บนเวทีมี Hirata Rina หรือฮิลลารี่ เพราะคุณ bossMin แกเอาภาพเธอมาปิดบล็อกเรื่อง Pajamas Drive พอดี ส่วนอีกคนคือ Nishino Miki หรือมิกิจัง ที่ตอนแรกผมก็ไม่รู้จักหรอกว่าใคร แต่เห็นว่าเต้นเก่งและแรงมาก แถมไว้ถักผมเปียไว้ข้างหน้า (สเปก ?) เด่นกว่าใครเพื่อน

akb48-team-kks-pajamas-drive-03

สิ่งที่ผมว่า LOD นั้นสู้ไม่ได้เลย คือเรื่องของบรรยากาศ ซึ่งเชื่อว่าสเตจทุกรอบมันจะไม่เหมือนกันเลย ถึงแม้เซ็ทลิสท์มันจะเหมือนกัน เช่น เวลาที่ Iwatate Saho แนะนำตัว เธอจะพูดว่า “ยะโฮ่” แล้วให้คนพูดตาม แล้วก็พูด “ซะโฮ” ที่เป็นชื่อเล่นเธอให้พูดตามอีกที ในรอบที่ผมดู เข้าใจว่าแฟน ๆ เธอมากันเยอะ เธอเลยโดนแกล้ง โดยการที่แฟน ๆ เธอจะแย่งเธอพูดชื่อเล่นของเธอก่อน จนเธอวิ้งก์ใส่ก็แล้ว ส่งจูบก็แล้ว จนต้องจุ๊ปากบอก แฟน ๆ ถึงจะเลิกแกล้งกัน

คือฉากนี้ใน LOD จะเห็นเธอโดนแกล้งแป๊บเดียว แต่ในความเป็นจริง เธอโดนแกล้งอยู่นานพอสมควร ซึ่งน่าจะโดนตัดออกใน LOD เราเลยอดเห็นหน้าตาลำบากใจของไอดอลกัน พวกคนในสเตจได้เห็นกันอย่างเดียว

ผมก็นั่งดูไปเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพวกผมใช้เวลามากกว่า 70% ในญี่ปุ่นไปกับการเดิน พอให้นั่งนิ่ง ๆ ความเหนื่อยล้าก็เริ่มคืบคลานมาหา ผมก็เริ่มมีสติหลุดไปบ้าง แต่เห็นสาว ๆ บนเวทีส่งวิ้งก์มาปลุก ก็ลืมตาขึ้นมาดูต่อ ส่วนน้องผมที่มาด้วย นั่งก้มหัวคาราวะสาว ๆ ไปแล้ว แต่ก็โดนการควงแท่งไฟของโอตะคนข้าง ๆ กระแทกจนตื่นขึ้นมา

akb48-team-kks-pajamas-drive-04

พอถึงช่วงการแสดงรอบหลักจบ ก็จะมีเสียงใครบางคนตะโกนขอ Encore ผมก็ตะโกนตามเขาไป จนสาว ๆ เปลี่ยนชุดใหม่ออกมาร้อง Let’s Go Kenkyusei! และเพลงอื่น ๆ ไปอีก 2 – 3 เพลง และจบด้วยเพลง Tenohira ga Kataru Koto ที่เป็นเพลงช่วยผู้ประสบภัยซึนามิที่ญี่ปุ่น ก่อนที่สาว ๆ จะขอลาไปเตรียมแถวไฮทัชข้างนอก โดยให้เราดู MV ของเพลง Tenohira ga Kataru Koto รอไปพล่าง ๆ ก่อน (ผมได้ดู MV ตัวนี้ ก่อนเขาโพสบน Youtube วันนึง)

จากนั้นทีมงานก็จะมาเชิญคนดูออกไปข้างนอก ซึ่งสาว ๆ ก็จะมารอไฮทัชอยู่แล้ว ผมก็ไฮทัชกับทุกคนพร้อมกับพูด Thank you ไปด้วย ระหว่างไฮทัช บางคนก็ยกมือมาให้เราแปะเฉย ๆ  บางคนเอามือมาแปะ บางคนก็ประสานมือกันเลยทีเดียว (ตกปลา ?) ผมก็จำอะไรไม่ได้ นอกจากตัวจริงทุกคนน่ารักมากและมือนิ่มมาก ก่อนที่จะเข้าคิวเอาของที่ฝากและเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งทำให้ผมพลาดอีกขั้นตอนนึงของการดูสเตจ นั้นคือการบ๊ายบายกับสาว ๆ ตอนจบนั้นเอง

AKB48 Theater

เรื่องนี้ทำผมกินไม่ได้นอนไม่หลับไปพักใหญ่ แม้กระทั่งตอนที่เขียนก็ยังรู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่หาย สงสัยที่จะเป็นลางให้กลับไปจัดรอบล้างตากันอีกครั้งนึงก็เป็นได้

ส่วนน้องผม ที่โดนผมลากไปดู ก็วิจารณ์การแสดงเหมือนกับคนธรรมดา เช่น “มีกันเยอะขนาดนี้ คนแถวหลัง ๆ ก็ไม่เด่นน่ะสิ” “ทำไมตอนไฮทัช สาว ๆ ประสานมือ แล้วทีมงานต้องลากออกไปด้วย ไม่คุยกันก่อนเหรอ” แต่สิ่งที่น้องผมหวาดกลัวที่สุด คือเหล่าโอตะรุ่นพ่อหลาย ๆ คน ที่มาตะโกนมิกิจัง ๆ ประมาณว่ามาเต๊าะเด็ก ๆ รุ่นลูกตัวเองนี้นะ อะไรประมาณนี้

อย่างไรก็ตาม น้องผมประทับใจยัยเปียหน้าหรือมิกิจังมาก “ดูสิยัยนี้เต้นแรงอยู่คนเดียว คนอื่นเต้นปวกเปียกกันมากเลย” “เพลงเดียวเหงื่อก็ออกแล้ว จริงจังมากเลยนะ” “จ้างร้อยเดียว เต้นอย่างกับจ้างล้านนึง” แต่สรุปแล้วก็ “เป็นพันเยนที่คุ้มค่ามากเลยนะ ดีกว่าไปดู Gundam กับ TOKYO SKYTREE อีก”

Bic Camera Shinjuku

เนื่องจากยังอารมณ์ค้างกับการดูสเตจนี้อยู่ ผมเลยตัดสินใจว่าจะหาซื้อแผ่นเพลงของสเตจนี้เก็บไว้ฟัง พอดีกับว่าน้องผมอยากได้ซองใส่ของลาย Hello Kitty ที่จะแจกให้กับนักท่องเที่ยวที่ห้างอิเซตัน เลยตัดสินใจนั่งรถไฟไปชินจูกุอีกทีนึง ซึ่งผมก็ไปซื้อแผ่นที่ HMV สาขา LUMINE EST เหมือนเดิม ก่อนที่จะเดินไปทำบัตร Guest Card และเอาซองใส่ของ Hello Kitty ที่อิเซตัน

Sukiya

จากนั้นก็หาข้าวกินแถว ๆ ชินจูกุ ซึ่งร้านทุกร้านคนแน่นเยียด เนื่องจากใกล้เวลาที่จะต้องไปสนามบิน เลยนั่งรถไฟกลับมากินร้าน SUKIYA แถวโรงแรมแทน ผมสั่งชุดข้าวหน้าเนื้อแกงกะหรี่ ส่วนน้องผมสั่งข้าวแกงกะหรี่ไก่คาราเกะ รสชาดอร่อยกว่าที่คิดไว้มาก จนทำให้สงสัยว่า ทำไมไม่ได้เข้ามากินที่ร้านนี้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านอยู่ทุกวัน

Grand Prince Hotel Takanawa

พอทานเสร็จก็เดินกลับโรงแรม ผ่านสวนในโรงแรมเป็นครั้งสุดท้าย

พอมาถึงเอาของที่ซื้อมาวันนี้ทั้งหมด แพ็คลงกระเป๋า และขอตาชั่งจากโรงแรมมาชั่งว่าน้ำหนักกระเป๋าเกินหรือเปล่า โรงแรมยกตาชั่งตัวใหญ่มาให้ชั่งเลย

Grand Prince Hotel Takanawa

เสร็จจากเรื่องกระเป๋า ยังมีเวลาเหลืออยู่นิดหน่อย เลยเอาคูปองแลกเครื่องดื่มที่โรงแรมให้มา ไปแลกเครื่องดื่มที่บาร์ของโรงแรม เครื่องดื่มที่แลกได้มีตั้งแต่ซอฟต์ดริงก์ไล่ไปถึงเหล้าต่าง ๆ พวกผมเลยเอาจิงเจอร์เอลใส่น้ำแข็งเย็น ๆ มากินกัน

Shinagawa Station

พอถึงเวลา ผมก็นั่ง shuttle bus ไปยังสนามบินฮาเนดะ โชคดีมากที่โรงแรมที่ผมอยู่ เป็นย่านที่อยู่ใกล้กับสนามบินพอดี ประมาณครึ่งชม.ก็ถึงสนามบินแล้ว บ๊ายบายชินางาวะ

Haneda Airport

เนื่องจากบินไฟลท์กลางคืน คนเลยน้อยหน่อย รอบนี้มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย คือผมทำตั๋วเครื่องบินหล่นตอนถอดเสื้อเอาเข้าเครื่องตรวจ เกือบไม่ได้กลับแล้ว

Haneda Airport

เหลือเวลาเยอะพอสมควร เลยเดินเล่นใน Duty free จน Duty free ปิด ผมชอบสนามบินฮาเนดะมาก เพราะประตูที่ขึ้นเครื่องกับร้าน Duty free นี้อยู่กันใกล้มาก ๆ เลย

Haneda Airport

ตรงที่นั่งจะมีทีวีจากสปอนเซอร์เจ้าต่าง ๆ มาเปิดให้เราดู แต่ของ LG นี้ดีหน่อย มีที่ชาร์จมือถือให้ด้วย เจ้าอื่นไม่มี แล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง JAL เหมือนเดิม

NORIBEN

อาหารมื้อหลักบนเครื่อง รอบนี้เสริฟข้าวกล่องญี่ปุ่น NORIBEN ที่ทาง JAL ร่วมกับร้าน Soup Stock Tokyo จัดทำขึ้นมา กล่องที่ใส่ข้าว เป็นกล่องไม้จริง ๆ ด้วย ผมมาหาข้อมูลทีหลังพบว่า ข้าวกล่องนี้จะเสริฟแค่เฉพาะบางเที่ยวบินที่มาจากฮาเนดะเท่านั้น นับว่าเป็นโชคดีที่ได้กิน

NORIBEN

เปิดมาข้างในก็จะมีปลาแซลมอนย่าง ไข่ม้วน ชิกุวะ แล้วก็เครื่องเคียงต่าง ๆ บนข้าวราดน้ำส้มสายชู อารมณ์ข้าวในซูชิ รสชาดก็จัดว่าดีถ้าเทียบกับอาหารบนเครื่องบินมื้อขามา ซึ่งพอทานมื้อนี้เสร็จไม่นาน เครื่องบินก็ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ ปิดฉากการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ของผม

ขอขอบคุณทุกคนที่ได้ตามอ่านกันมาโดยตลอดนะครับ ตัวผมเองก็ภาวนาว่า ขอให้มีโอกาสกลับไปที่นี้อีกครั้งหนึ่ง จะได้มีเรื่องกลับมาเขียนให้อ่านกันอีกครับ

2 thoughts on “เที่ยวญี่ปุ่น : ชมการแสดงสด ๆ ของสาว AKB48 ที่ AKB48 Theater ก่อนกลับบ้าน

  1. Pingback: เที่ยวญี่ปุ่น 2 : ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว | Silhouette Garden

Leave a Reply