เมื่อเดินลงจากทางลาด ก็จะมาอยู่ที่ Sannomaru ซึ่งเป็นระดับล่างสุดของตัวปราสาท ก่อนจะถึงระดับพื้นดินข้างล่าง
ที่ชั้นนี้จะมีหินที่ถูกบูชาโดยศาลเจ้า Sakurayama ที่อยู่ด้านล่าง
เดินลงทางลาดสุดท้าย เพื่อลงสู่ระดับพื้นดิน ซึ่งยังเป็นเขตของตัวปราสาทอยู่เรียกว่า Shimo-kuruwa ปัจจุบันกลายเป็นย่านการค้าไปแล้ว
ผมมาค้นข้อมูลทีหลัง พบว่าในสมัยโบราณ เวลาคนจะเข้ามายังตัวปราสาท จะต้องผ่านประตูที่ Shimo-kuruwa ก่อน แล้วค่อย ๆ เดินไล่ระดับชั้นขึ้นไป
ศาลเจ้า Sakurayama ที่อยู่ด้านล่างของปราสาท
ตอนไปมีการก่อสร้างบริเวณคูน้ำรอบปราสาท
นอกเหนือจากปราสาท Morioka แล้ว สถานที่สำคัญอีกอย่างของที่นี้คือสำนักงานศาล Morioka
ด้านหน้าของสำนักงานจะเป็นที่อยู่ของ Ishiwarizakura ซึ่งเป็นต้นซากุระที่โตมาจากรอยแยกระหว่างก้อนหิน ซึ่งทางการญี่ปุ่นก็ขึ้นทะเบียนให้ต้นซากุระต้นนี้เป็นสมบัติของชาติด้วย
ผมคิดว่าถ้าไปตอนช่วงซากุระออกดอก น่าจะสวยงามมาก ๆ แต่พอมาหน้าฝนก็จะเจอแค่ใบไม้เขียว ๆ อย่างเดียว
เดินข้ามแม่น้ำ Kitakami กลับไปยังสถานี ขากลับก็ไม่มีโอกาสได้เห็นภูเขาไฟ Iwate เมฆไม่ยอมจางลงไปเลย
พอดี JR East มีแคมเปญแจกของที่ระลึกในแต่ละเมืองในภูมิภาค Tohoku ให้กับคนถือ JR East Pass ซึ่งของเมือง Morioka สามารถขอได้ที่ Tourist Information Center ในสถานี Morioka ของที่ได้คือโปสการ์ด 1 แผ่น แต่เจ้าหน้าที่ก็นำบัตร Wi-Fi ของ NTT East มาให้เพิ่มด้วย
ตอนต่อไป ผมจะเล่าถึงการนั่งรถไฟไปยังเมือง Miyako ใครสนใจก็อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ