ร้านเล็ก ๆ เริ่มเปิดกันแล้ว บรรยากาศของห้างนี้คล้าย ๆ กับห้าง The Old Siam เมื่อก่อน ที่มีร้านขายของเล่นของสะสมอยู่ตรงชั้น 2 ด้วย
ใครที่พลาดน้องหมี Duffy จาก Tokyo DisneySea ที่นี้ก็มีขาย ราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเป็นรุ่นลิมิทเตดก็แพงหูฉีกเลย
ร้านขายของมือสองที่ใหญ่ที่สุดที่นี้ คงนี้ไม่พ้นร้าน Mandarake ที่มีร้านกระจายตัวในห้างนี้เยอะที่สุด แถมสำนักงานใหญ่ยังอยู่ที่นี้อีกด้วย
Mandarake แต่ละสาขาจะมีของขายไม่เหมือนกัน อย่างที่สาขาใหญ่ นอกเหนือจากสินค้าการ์ตูนอนิเมะที่ยืนพื้นแล้ว ยังมีพวกของเล่นเก่า ของสะสมหายาก สินค้าเกี่ยวกับไอดอล ฯลฯ แต่ที่นี้จะไม่มีสินค้าพวก 18+ ทั้งหลายครับ
ส่วนสินค้าที่ขาย ถึงแม้จะบอกว่าเป็นของมือสอง แต่ส่วนมากของหลาย ๆ ชิ้นก็เป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยแกะมาก่อน ราคาขายก็จะถูกกว่าซื้อมือหนึ่งอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าชิ้นไหนมีระดับความหายากมาก ๆ ราคาก็จะขึ้นไปไกล
อย่างในรูปเป็นแผ่นคอนเสิร์ตปี 2008 ของ 3Bjunior ซึ่งเป็นกลุ่มดาราเด็กของ Stardust Production ที่วง Momoclo, Ebichu และ Team Syachihoko ประจำอยู่ เท่าที่ผมค้นมา แผ่นมีขายหน้าคอนอย่างเดียว ราคาเลยทะลุไปไกลหลายเท่า
สำหรับสายไอดอลทั้งชายและหญิง ที่นี้จะมีเครือร้านมือสองที่ขายของพวกนี้อยู่ ซึ่งนอกเหนือจากสินค้าธรรมดา ๆ แล้ว ยังมีของหน้าคอนขายด้วย แต่ถ้าใครเป็นสายเก็บรูป เก็บการ์ด หรือตามล่าแผ่นซีดีเก่า ๆ ต้องมาที่ร้าน Utahime Dome ครับ
ภายในร้านก็จะมีรูปถ่ายแปะติดอยู่เต็มข้างฝา ถ้าเราสนใจจะเอาใบไหน ก็เขียนเบอร์ส่งให้ที่เคาท์เตอร์ ซึ่งวันที่ผมไปเป็นคนย่าอายุราว ๆ 60 – 70 ปี แกก็จะหยิบเอารูปมาให้ แต่วันที่ผมไปผมไปซื้อแผ่นซีดีอัลบั้มของวง 9nine ซึ่งก็มีเรื่องน่าประทับใจเกิดขึ้นกับผม
อย่างแรก แกส่งกระดาษให้ผมไปเลือกรูปของวง 9nine ตามจำนวนแผ่นที่ผมซื้อ อย่างที่สอง แผ่นซีดีที่ซื้อ ร้านเขาจะแถมซองแทบกาวให้ เผื่อตอนเราแกะซีลพลาสติกแล้ว จะได้เอาแผ่นใส่ถุงนี้แทน
แต่ที่ว่ามาทั้งหมดยังไม่น่าประทับใจเท่าที่ว่า แกแถม trading card ของ 9nine ให้ผมด้วย ซึ่งคุณย่าแกหยิบการ์ดอูมิกะกับริโฮนะที่เป็นโอชิผมมาให้ ซึ่งผมไม่ได้บอกแกมาก่อนว่าผมชอบสองคนนี้ แกน่าจะสังเกตเอาจากรูปที่ผมเลือกไปก่อนหน้า ทำเอาผมอึ้งไปเลยว่าเขาใส่ใจรายละเอียดมากจริง ๆ
ผมเสียทรัพย์ที่ Nakano Broadway แล้ว ก็เดินกลับไปสถานีผ่าน Nakano Sunmall เหมือนเดิม สำหรับคนที่พาผู้ติดตามที่ไม่ชอบพวกของสะสม ก็พามาปล่อยเดินในนี้รอได้ครับ
พอดีของที่ผมจะซื้อกับ Mandarake สาขาใหญ่มันไม่มีของ เลยต้องนั่งรถไฟไปที่ร้านสาขาชิบูย่าแทน
ก่อนไปเดิน ก็แวะทานข้าวเที่ยงที่ Yoshinoya ก่อน พอดีผมดูทีวีที่โรงแรมเห็นโฆษณาหม้อไฟช่วงหน้าหนาวน่ากิน เลยสั่งหมอไฟกิมจิไป แต่ตอนได้ของได้เป็นสุกียากี้แทน
รสชาติก็เข้มข้นกว่าที่คิดไว้ เนื้อก็คล้าย ๆ กับเนื้อสไลด์ที่เสริฟกับข้าวหน้าเนื้อของเขานี้แหละ แต่ที่ต้องระวังคือมันร้อนมาก ทำเอาลิ้นพองไปหลายวันอยู่
ตอนเดินเสร็จ ผ่านร้านขายตั๋วมือสอง เลยถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อได้ใช้บริการในอนาคต
ป้ายซิงเกิ้ล AKB48 แถว ๆ ร้าน Mandarake
ผมแวะไป Mandarake ที่ชิบูย่าเพื่อไปตามหาหนังสือการ์ตูน AKB49 เล่มแรก รุ่น Premium ซึ่งที่นี้จะมีหนังสือการ์ตูนค่อนข้างเยอะกว่าสาขาอื่น นอกเหนือจากหนังสือการ์ตูน สาขานี้ยังเอาใจสาว ๆ ด้วยสินค้าไอดอลชาย การ์ตูนสาย Y เยอะกว่าที่อื่น ส่วนท่านชายก็อย่าน้อยใจ ที่นี้มีแผนก 18+ อยู่ด้วยครับ
ซื้อของที่ Mandarake เสร็จ เห็นร้าน Book-Off ที่ขายหนังสือ ซีดี ดีวีดีมือสองอยู่แถวนั้นพอดี เลยแวะดูสักหน่อย หน้าร้านมีซิงเกิ้ลเวอร์ชั่นเธียเตอร์ของ AKB48 กองอยู่ขายในราคาถูกมากอยู่ แต่หลาย ๆ แผ่นผมมีแล้ว เลยไม่ได้ซื้อ
จบจากการเดินทั้งสองร้าน ผมเดินกลับไปยังสถานีชิบูย่าเพื่อนั่งรถไฟไปเป้าหมายถัดไปที่ฮาราจุกุ
ตอนหน้า จะพาไปดูศาลเจ้าเมจิที่ฮาราจุกุกัน อย่าลืมติดตามอ่านนะครับ
Pingback: เที่ยวญี่ปุ่น 3 : วัด Sensoji และซื้อของที่ FUJIYA AVIC Nakano | Silhouette Garden