ผมเดินดูหลาย ๆ ร้านในนั้น ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร ร้านที่ถูกใจมันก็แพง ผมเลยไปกินอาหารที่ไม่ต้องคิดเยอะอย่างราเมนที่ RAMEN KOKUGIKAN
RAMEN KOKUGIKAN จะเป็น Ramen Theme park คือเป็นร้านที่รวมร้านราเมนชื่อดังหลาย ๆ ร้านในญี่ปุ่นมาอยู่ในร้านเดียวกัน เหมือนกับร้าน Shinatatsu Ramen ที่ Shinagawa
ที่แตกต่างจากกับร้านที่เคยไปกินคือ เขาจะไม่ได้แยกพื้นที่เป็นร้าน ๆ แต่รวมเอาโต๊ะอยู่ตรงกลาง อยากกินราเมนร้านไหนก็ไปซื้อมานั่งกินแทน
ผมเลือกร้าน Makoto-ya ที่ขึ้นชื่อเรื่องราเมนเนื้อตุ้นครับ
เนื่องจากยังไม่ได้จัดข้าวเช้ามา ผมก็เลยเอาราเมนรวมดาวของร้านมาเลย ใส่เนื้อตุ้น หมูชาชู บุก ไข่ต้ม หมูสับรสเผ็ด ซึ่งผมขอให้ใส่เพิ่มด้วยคูปองพิเศษของห้าง Aqua City ที่ได้มาตอนงานท่องเที่ยวที่พารากอน
เส้นราเมนเจ้านี้ออกไปทางแข็ง น้ำซุปเป็นแบบข้นจากการเคี่ยวกระดูก รสชาดออกมาเข้มข้น ถูกใจมากครับ
กินเสร็จ ออกมาเดินย่อย ทางรูปที่สวนสาธารณะข้าง ๆ
เทพีเสรีภาพจำลอง หนึ่งในสัญลักษณ์ของโอไดบะ ช่วงบ่ายท้องฟ้ามืดเหมือนฝนจะตก ลมเย็นมาก ผมเลยกลับเข้าไปในห้างอีกครั้ง
ผมก็เดินเล่นแบบไร้จุดหมายใน Mediage ซึ่งเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงต่าง ๆ ใน Aqua City จนไปเจอ Sony ExploraScience ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของ Sony
พอดีเห็นว่าช่วงนี้เขามีจัดนิทรรศการเกี่ยวกับหูฟังและกล้องอยู่ ก็เลยกดตั๋ว 500 เยนลองเข้าไปดู
ตอนเข้าไป นี้คาดหวังกับมันไว้เยอะอยู่พอสมควรตามภาษาแฟนบอย แต่เอาเข้าจริงที่นี้เล็กกว่าที่คิดไว้ ด้านในจะมีส่วนห้องฉายวิดีโอ 3 มิติ ซึ่งเป็นวิดีโอชีวิตสัตว์ป่า สัตว์น้ำ การเกิดของจักรวาล การ์ตูนอนุรักษ์ขั้วโลกเหนือ ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นวิดีโอตัวเดียวกันกับที่เคยเปิดตามงานอีเวนท์ต่าง ๆ ที่ Sony Building ผมนั่งดูสัตว์โลกไป ก็ก้มหัวคารวะหมีขั้วโลกในจอไปด้วย
ส่วนนิทรรศการ ก็จะแบ่งเป็นส่วนของเสียง ภาพ และการสื่อสาร ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนบอยของ Sony จะรู้เลยว่า พวกของเล่นต่าง ๆ ในนี้มันเอามาจากเทคโนโลยีของ Sony เองทั้งนั้น ทั้งการตรวจจับรอยยิ้ม CyberCode ที่เป็นต้นแบบเทคโนโลยี AR ของ Sony เทคโนโลยีสังเคราะห์เสียง ฯลฯ โดยรวมแฟนบอยและเด็ก ๆ น่าจะชอบที่นี้กัน
ส่วนนิทรรศการพิเศษที่ผมยอมเสียเงินค่าตั๋วมาดูคือ Explore the principles of sound and light เป็นการแนะนำหลักการทำงานของอุปกรณ์กล้องและเสียงของทาง Sony เอง เช่น หลักการทำงานของกล้อง SLT ระบบกันสั่นในกล้อง หลักการทำงานของหูฟังตัดเสียงรบกวน บางอย่างนี้ผมก็พอรู้มาบ้าง แต่บางอย่างพอรู้แล้วทำเอาอึ้งไปเลย
โดยรวมผมถือว่าที่นี้ก็โอเคนะ ยิ่งเฉพาะมาในวันธรรมดาที่ไม่มีคน เพราะเจ้าหน้าที่จะมาแนะนำวิธีเล่นของเล่นแต่ละอย่างให้หมดเลย จนผมเกิดอาการเกร็ง ๆ เล็กน้อย เพราะวันก่อนหน้า ใครรู้ว่าผมต่างชาติ จะพยายามหาทางหนีก่อนให้ได้เลย
จบจากที่นี้ประมาณ 4 โมงเกือบ 5 โมง เดินกลับมาที่ส่วนห้าง ซึ่งก็เริ่มเปิดไฟเพื่อฉลองเทศกาลคริสต์มาสกันแล้ว
ข้างนอกเริ่มมืดแล้ว ได้เวลาเดินไปยังสถานีรถไฟ Daiba เพื่อไปยังเป้าหมายถัดไป
แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะถ่ายเทพีเสรีภาพตอนกลางคืน โดยมีพื้นหลังเป็นสะพานสายรุ้ง และ Tokyo Tower
ผมนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Aomi เพื่อมาเป้าหมายถัดไปคือ Palette Town ที่มาแต่ไม่ได้เที่ยวในคราวที่แล้ว
จริง ๆ จาก Aqua City จะเดินมาที่นี้ก็ได้ โดยผ่านห้าง DiverCity ที่มี Gundam ขนาด 1:1 แต่ผมขี้เกียจเดิน
ตอนหน้า ก็จะพาเดินดูส่วนต่าง ๆ ใน Palette Town กันครับ
Pingback: เที่ยวญี่ปุ่น 2 : งาน Sound Planetarium ที่ Sony Building และปฏิบัติการล่าแผ่น AKB48
Pingback: เที่ยวญี่ปุ่น 2 : เดินเล่นใน TOKYO Solamichi | Silhouette Garden