เครื่องบินขากลับเป็นเครื่องบินรุ่น A330-200 ซึ่งจัดที่นั่งเป็นแบบ 2 – 3 – 2 ส่วนตัวรู้สึกว่าแคบกว่า 777-300ER ที่ขึ้นตอนขามามาก รวมทั้งระบบความบันเทิงนั้นยังเป็นระบบเก่าอยู่ด้วย
ที่นั่งแถวริมทางเดินยังคงจุดอ่อนอย่างกล่องใส่อุปกรณ์ความบันเทิง ซึ่งใน A330-200 นี่มาแบบกล่องใหญ่จนวางของอะไรข้างใต้ไม่ได้เลย
แต่ก็มีสิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับผมคือใบอธิบายข้อมูลความปลอดภัยดันเป็นลาย Hello Kitty ซึ่งเครื่องที่ผมขึ้นมาดูแล้วก็ไม่ใช่เครื่อง Hello Kitty แน่นอน
ในห้องน้ำก็มีสิ่งของลาย Hello Kitty อีก หรือว่าเครื่องลำนี้จะเป็นอดีตเครื่องบิน Hello Kitty มาก่อน
เช่นเดียวกับตอนขามาที่มีเวลาบนเครื่องน้อย เหล่าพนักงานบนเครื่องจึงต้องทำเวลาอย่างมากในการที่จะต้องเสริฟขนมปัง อาหาร เครื่องดื่ม และชากาแฟในระยะเวลาอันสั้น ๆ สำหรับอาหารรอบนี้ผมเลือกสตูว์เนื้อกับข้าวสวย
รสชาติโดยรวมของจานนี้จัดว่าดีทีเดียว แต่ตอนนั้นที่ทานน่าจะเพิ่มคะแนนไปมาก เพราะกำลังหิว ส่วนสลัดมันฝรั่งและขนมเค้กก้อนเล็กนั้นก็โอเคเช่นกัน
หลังทานข้าวเสร็จ ผมก็ต้องมานั่งลุ้นต่อว่าสินค้า Hello Kitty ที่ผมซื้อฝากที่บ้านผ่านหน้าเว็บ EVA Air จะมาเมื่อไร ซึ่งของก็มาหลังจากที่การเสริฟอาหารและเครื่องดื่มจบลงไปสักพัก ผมก็หยิบบัตรเครดิตจ่ายค่าของไปเรียบร้อย
ทั้งหมดนี้ก็คือทริปเที่ยวไต้หวันครั้งแรกของผม ซึ่งหากไม่นับเรื่องการทำงาน ส่วนตัวคิดว่าไต้หวันก็เป็นแหล่งท่องเทียวที่น่าจะลองมากันดูสักครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าเรื่องภาษาจะเป็นอุปสรรค์อยู่บ้างสำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาจีน แต่ก็ไม่ได้จัดเป็นปัญหาที่ใหญ่แต่อย่างไร ถ้าได้มีโอกาสมาอีก ก็คงมาอีกแน่นอน
สำหรับบล็อกการเดินทางที่จะเขียนถัดไป คงจะหนีไม่พ้นทริปเยอรมนี – ออสเตรียที่ผมไปมาเมื่อต้นปีนี้ แต่จะใช้เวลาเขียนนานเท่าไร ผมเองก็ยังไม่รู้ แต่ถ้าใครสนใจก็อย่าลืมติดตามกันนะครับ