เมื่อเดินเข้าไปยังถนนเส้นเล็ก ก็จะพบกันร้านค้าหน้าตาเก่าบ้างใหม่บ้างอยู่สองข้างทาง แต่ละร้านก็จะประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดงที่หน้าร้าน ร้านค้าส่วนมากที่ผมเห็น จะเป็นร้านขายอาหาร ขนม และของที่ระลึก
ผมเองสนใจขลุ่ยโอคาริน่ามาก แต่ไม่มีเวลาได้แวะดู เลยได้แต่ดูเจ้าของร้านเล่นเพลงโชว์ที่หน้าร้าน
หลาย ๆ ร้านมีป้ายภาษาไทยด้วย คิดว่าคนไทยน่าจะมาที่นี้กันเยอะ
ของขึ้นชื่อที่ไต้หวันอย่างหนึ่งก็คือชา ซึ่งที่นี้ก็มีร้านขายชาอยู่หลายร้านมาก บางร้านมีเสริฟชาตัวอย่างให้ลองชิมด้วย
พวกผมพยายามเดินตามหามุมที่จะถ่ายภาพร้านน้ำชาที่ประดับประดาไปด้วยโคมแดง แต่ดันเลี้ยวผิดทาง ไปตรงถนน Jishan จนเกือบจะเดินเลยส่วนที่เป็นร้านค้าไปแล้ว
พอกลับเข้าเส้นทางได้ ก็พบว่าทางไปร้านน้ำชานั้นคนแน่นมาก ๆ การเดินทางก็ต้องค่อย ๆ เดินลงไป รวมกับฝนที่ตกหนาเม็ดมากขึ้น งานนี้บอกเลยว่าไม่สนุกครับ
จุดถ่ายรูปเด่น ๆ ของจิ่วเฟ่น ก็คงจะหนีไม่พ้นบริเวณร้านน้ำชา A-Mei ที่ตัวอาคารเป็นแบบจีนโบราณ ซึ่งถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดง
พวกผมพยายามลองจะเข้าไปในร้านดู แต่ก็พบว่าข้างในคนเยอะมาก จนต้องกลับออกมา
หลังจากฝ่าผู้คนออกมาได้ พวกผมก็ได้ออกมายืนพักที่หน้าโรงภาพยนตร์ Shengping พร้อมกับคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อกันดี
ร้านน้ำชา A-Mei ถ่ายจากมุมหน้าโรงหนัง ถ้าไม่ติดว่าฝนตก ผมคงจะออกไปยืนถ่ายข้างนอก ซึ่งน่าจะได้มุมภาพที่ดีกว่านี้
สุดท้าย พวกผมตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางไปยังป้ายรถบัสเพื่อกลับไทเป เพราะถ้าอยู่นานกว่านี้ อาจจะติดฝนและหารถกลับได้ลำบาก
ตอนหน้า ผมจะเขียนถึงร้านอาหารจีนชื่อดังอย่าง Din Tai Fung กัน เพื่อน ๆ อย่าลืมติดตามกันนะครับ