Germany and Austria First Time

Nymphenburg Palace

ในช่วงหลังมานี้ ผมเองไม่สามารถอัพบล็อกได้บ่อยเท่าเมื่อก่อน เพราะการงานรัดตัวโดยเฉพาะช่วงต้นปีที่ผมหายไปจากการอัพเดทบล็อกเลย เนื่องจากต้องเดินทางติดต่องานที่ประเทศเยอรมนีและออสเตรียเกือบสองอาทิตย์นั่นเอง

ก่อนที่จะได้เขียนเรื่องราวของทั้งสองประเทศที่ได้พบเจอมา (เพราะของเก่าที่ไปไต้หวันยังเขียนไม่เสร็จ) ผมเองก็ขอเขียนสรุปสิ่งที่ไปพบเห็นมาเป็นข้อ ๆ เก็บไว้ก่อนครับ

ICE at Nuremberg Central Station

  • สำหรับการไปยุโรปครั้งแรกของผม ผมเองไม่ได้ค้นข้อมูลอะไรไปล่วงหน้าเลย เพราะตารางงานอัดแน่นมาก และไม่รู้กำหนดการอะไร จนกระทั่งจะต้องเดินทางอีกไม่กี่วัน แต่ผมก็ไม่ลืมที่จะเตรียมรายการของที่คิดว่าจะซื้อเอาไว้ เพราะเยอรมนีเองก็มีสินค้าขึ้นชื่อที่ผมรู้จักอยู่ เช่น ปากกา Lamy หรือสินค้าพวก Synthesizer ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Eurorack ที่บ้านเราหาซื้อได้ยากมาก
  • ขึ้นชื่อว่ายุโรป คนไทยที่จะเข้าประเทศกลุ่มนี้ก็ต้องทำวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ ผมเองไม่ได้มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะที่ทำงานเป็นสปอนเซอร์ แต่เราจะต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ยื่นวีซ่าที่ไทย โดยเฉพาะหนังสือเชิญไปด้วย เพราะตม. จะเรียกดูตอนเข้าประเทศอีกที
  • การเดินทางภายในเยอรมนีและออสเตรียนั้นสะดวกมาก เพราะมีรถไฟและรถรางประเภทต่าง ๆ ให้บริการ การซื้อตั๋วก็ไม่ยากอย่างที่คิด คือสามารถซื้อได้จากตู้อัตโนมัติที่มักจะอยู่ภายในสถานี ชานชาลา หรือภายในตู้ขบวนได้เลย กรณีรถรางบางสาย
  • แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังตอนซื้อตั๋วคือ ต้องซื้อตั๋วให้ถูกประเภท และหากซื้อตั๋วที่ไม่ระบุวัน – เวลา จะต้องไปใส่เครื่องปั้มวัน – เวลา เสียก่อนใช้งาน ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเดินทางไกลหลายสถานี และต้องแวะลงรถหลายครั้ง ตั๋ววันที่สามารถใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวนั้นเป็นตัวเลือกที่ดีมาก

Pferdeäppel auf Heu at MOMMSEN-ECK

  • สิ่งหนึ่งที่ผมได้ยินมาก่อนการเดินทางคือ อาหารจะให้ปริมาณที่เยอะกว่าบ้านเรามาก และรสชาติจะออกเค็มถึงเค็มมาก ซึ่งตอนมาก็พบว่าเป็นไปตามที่ได้ยินทุกประการ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น
  • สำหรับอาหารพื้นเมืองนั้น ผมพบว่าแต่ละภูมิภาคในเยอรมันและออสเตรียเองมีลักษณะอาหารที่แตกต่างกัน ทำให้อาหารมีความหลากหลายมาก บางอย่างถึงจะเป็นเมนูเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกัน แต่มื้อเช้าที่โรงแรมนี่ส่วนมากจะเหมือน ๆ กัน คือมีพวกของร้อนอย่างขนมปัง เบคอน ไส้กรอก และพวก cold cut อย่างแฮม ชีส ซาลามี่ ให้กินกันจนเบื่อไปเลย
  • ส่วนเครื่องดื่ม พอดีผมเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เลยเสียโอกาสลิ้มลองเบียร์ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของที่นี้ไป แต่ที่เยอรมันก็มีเครื่องดื่มน่าสนใจอย่าง Spezi ซึ่งเป็นน้ำอัดลมรสโคล่าและส้ม รวมทั้งพวกเมนูน้ำผลไม้ใส่น้ำแร่อัดก๊าซต่าง ๆ ให้ลองทานแทน

Uhrturm on Schlossberg

  • ในแง่ของผู้คนที่ไปพบเจอมา ก็เจอทั้งคนที่อัธยาศัยดีและไม่ดี ส่วนตัวคิดว่าคนที่นี้จะมีบุคลิกตรงไปตรงมา และมีระยะห่างในการพูดคุยระดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้เหมือนคนที่ไทยที่คุยง่ายเป็นเพื่อนกันง่าย ส่วนภาษาที่ใช้ ทั้งสองประเทศนี้ใช้เยอรมันเป็นหลัก ภาษาอังกฤษเป็นรอง ทำให้เจอปัญหาในการสื่อสารอยู่บ้าง
  • และเรื่องขึ้นชื่อลือชาของการไปยุโรปคือเหล่ามิจฉาชีพต่าง ๆ ที่จะเข้ามาหาเราในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เราต้องตั้งสติอยู่ตลอดเวลา ตัวผมเองก็ไปเจอเพียงแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ซึ่งถือว่ายังโชคดีอยู่มาก

สรุปแล้ว ทริปนี้ก็จัดเป็นทริปเปิดมุมมองใหม่ให้กับผมทั้งในเรื่องงานและเรื่องการใช้ชีวิต บางสถานที่ที่ได้ไป ก็คิดว่าอยากจะมีเวลาอยู่มากกว่านี้ ก็ได้แต่หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปอีกในอนาคตแบบไม่ต้องมีงานพ่วงไปด้วย

ผมเองอาจจะเขียนถึงรายละเอียดของทริปนี้หลังจากที่จบทริปไต้หวันที่เขียนค้างอยู่ ซึ่งก็เขียนใกล้จบแล้ว เพื่อน ๆ ที่สนใจก็คอยติดตามอ่านกันได้ครับ

Leave a Reply