เป้าหมายในการมาญี่ปุ่นครั้งที่ 3 ของผม นอกจากการแสวงบุญไอดอลและตามรอยละครตามที่ได้เขียนไปก่อนหน้าแล้ว ผมยังมีเป้าหมายอีกอย่างคือ การทานเนื้อย่างดี ๆ ที่นี้ด้วย ซึ่งผมก็พลาดโอกาสการทานเนื้อย่างในวันก่อนหน้าไป
ในที่สุดผมก็สามารถทำเป้าหมายนี้เป็นจริงได้แล้วที่ร้าน Pyon Pyon Sya GINZA UNA ครับ
ร้าน Pyon Pyon Sya GINZA UNA เป็นสาขาของร้าน Pyon Pyon Sya ที่เมือง Morioka จังหวัด Iwate ซึ่งมีอาหารขึ้นชื่อของร้านคือ บะหมี่เย็น (เรเมน) เนื้อย่าง และอาหารเกาหลี ผมเองตอนไปเมือง Morioka ก็ตั้งใจมาทานมื้อเย็นที่ร้านนี้ล่ะ แต่ไปไม่ทัน last order ของร้าน ก็อดทานไป จนสุดท้ายได้มาทานร้านนี้สักที แต่เป็นสาขาในโตเกียวนะ
ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 11 ของตึก GINZA GLASSE ใกล้ทางออก C8 ของสถานี Ginza สาย Tokyo Metro เมื่อออกจากทางออกแล้ว จะเจอลิฟต์จอดรถของห้างอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามพอดี ให้เราข้ามถนน แล้วเดินไปด้านข้างของตึก ก็จะเจอลิฟต์โดยสาร ที่จะพาเราไปที่ร้านพอดี
หลังจากนั่งรอคิวอยู่ร่วม ๆ ชั่วโมง ซึ่งเป็นธรรมดาของร้านอาหารญี่ปุ่นในช่วงวันหยุด ในที่สุดพนักงานร้านก็พาผมไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง สามารถชมวิวย่านกินซ่าในยามค่ำคืนได้เห็นถนัดตา
จากนั้นพนักงานก็จะเสริฟอุปกรณ์การทาน น้ำเปล่า และผ้าเช็ดมือตามธรรมเนียมร้านอาหารญี่ปุ่น ส่วนเลมอนนี่เข้าใจว่า เอาไว้เพิ่มรสชาติเนื้อเวลาย่าง
เมนูของร้านมีหลายอย่างมากจนผมเลือกไม่ไหว ส่วนเนื้อของร้านนี้จะไม่ได้แบ่งเป็นเกรดเหมือนร้านเนื้อย่างที่ผมเห็นรีวิวตามบอร์ดต่าง ๆ แต่แบ่งเป็นชนิดของวัวพื้นเมืองของจังหวัด Iwate คือ Maesawa, Iwate Tankaku และ Shizukuishi แถมปริมาณไม่ใช่น้อย ๆ สภาพตอนนั้นผมรู้ว่าสั่งมากินไม่หมดแน่
ผมเปิดเมนูไป ๆ มา ๆ จนเจอชุด Iwate Zanmai Yakiniku ซึ่งประกอบด้วยเนื้อ 3 ชนิดข้างต้น ปริมาณชนิดละ 90 กรัม เสริฟพร้อมอาหารเมนูอื่น ๆ ในขนาดเล็ก พร้อมของหวาน แถมยังสามารถสั่งเรเมนชามเล็กมาเพิ่มได้ด้วย เรียกว่าตรงความต้องการของคนที่อยากทานหลายอย่าง แต่ร่างกายไม่สู้ได้เป็นอย่างดี
ผมนั่งรออาหารอยู่ไม่นาน อาหารชุดแรกจากซ้ายไปขวา ประกอบไปด้วย สลัดชัมนามุล, นามุล, เนื้อตุ่น, กิมจิผักกาดขาว และชิจิมิต้นหอมก็มาเสริฟที่โต๊ะ
สลัดชัมนามุลประกอบไปด้วยผักใบเขียวราดด้วยน้ำสลัดน้ำมันงา ตัวผักที่ใส่มาสดกรอบมาก แต่โดยรวมก็เหมือนสลัดทั่วไป ส่วนนามุลนั้น ผมคิดว่านี่มันแตงกวาเครื่องเคียงชัด ๆ
กิมจิผักกาดขาว รสชาติรวม ๆ กำลังดี คือไม่เผ็ด เค็ม หรือเปรี้ยวเกินไป ตัวผักเองก็คงความกรอบเอาไว้อยู่
ชิจิมิต้นหอมหรือที่เรารู้จักกันในชื่อพิซซ่าเกาหลี เวลาทานให้ทานกับซอสที่เข้าเสริฟมาด้วยกัน รสชาติถือว่าใช้ได้
แต่ที่ยกเว้นคือเนื้อตุ๋น ที่แบบว่าตุ๋นได้อร่อยถูกใจมาก แบบเอาเข้าปากแล้วละลาย จนต้องตามพนักงานให้นำข้าวสวยมาโดยเร็ว
จากนั้นพนักงานก็เสริฟอาหารชุดถัดไป ประกอบด้วยข้าวสวย (สามารถเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวธัญพืชตอนสั่งได้)
ซุปสาหร่ายวากาเมะ เป็นซุปใสรสชาติเค็มหน่อย ๆ ไว้ทานตัดเลี่ยนตอนทานอาหาร
และพระเอกของงาน 3 เนื้อวัวเทพแห่งจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งตอนทาน ผมเองก็ไม่รู้ว่าเนื้อชื้นไหนมาจากวัวพันธุ์อะไร แต่จากการสังเกตุรูปและแปลคำบรรยายในเมนูตอนเขียน ผมคิดว่าน่าจะเป็นพันธุ์ Iwate Tantaku, Shizukuishi และ Maesawa ตามลำดับซ้ายไปขวา มาพร้อมผักสำหรับย่าง และวาซาบิสำหรับทานคู่กับเนื้อ
ตอนที่สั่งเนื้อ เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้หมักเกลือหรือหมักโชยุ ซึ่งตอนผมสั่ง พนักงานแนะนำว่าหมักเกลืออร่อยกว่า ก็เลยสั่งตามที่เขาแนะนำมา
การย่างเนื้อของที่นี้ ลูกค้าจะต้องลงมือย่างเอง แต่ผมก็ขอให้พนักงานเขามาแนะนำการย่างให้ก่อนครั้งแรก ซึ่งถ้าใครเคยไปร้านเนื้อย่างเกาหลีมาแล้ว วิธีย่างไม่ได้ต่างกัน แต่ต้องระวังเรื่องของเวลาย่าง ที่จะต้องไม่ย่างนานเกินไป
ส่วนเรื่องของรสชาตินั้น ไล่จากชิ้นซ้ายไปขวา Maesawa เป็นชิ้นที่มีไขมันละเอียดแทรก เนื้อนุ่มแบบเรียกได้ว่าแทบจะละลายในปาก Shizukuishi จะคล้าย ๆ กับ Maesawa แต่ผมรู้สึกว่ามันมีไขมันมากเกินไปหน่อย ส่วน Iwate Tantaku เนื้อจะไม่นุ่มเท่า 2 ชิ้นแรก เพราะไม่มีไขมันแทรกเลย ถ้าย่างนานไป ชิ้นนี้จะแข็งมาก
หลังจากย่างเนื้อไปสักพัก พนักงานก็นำบะหมี่เย็นสูตร Morioka มาเสริฟ บะหมี่เย็นนี่เป็นหนึ่งในสามเมนูบะหมี่ขึ้นชื่อของจังหวัด Iwate ร่วมกับ Wanko Soba ทีคนไทยรู้จักกันและ Jajamen
เมนูนี้ดัดแปลงจากเมนูบะหมี่เย็นของเกาหลีอีกที ประกอบด้วยเส้นที่ทำจากมัน น้ำซุปเนื้อ เครื่องเคียงอย่างไข่ต้ม กิมจิ และผลไม้ตามฤดูกาล เช่น แอปเปิ้ล เมล่อน หรือแตงโม เวลาทานจะทานคู่กับเนื้อย่าง
ตอนที่เห็นเมนูนี้ครั้งแรก ผมก็กังวลเรื่องรสชาติว่ามันจะออกมาดีไหม เพราะส่วนประกอบมันมีรสชาติที่ค่อนข้างแตกต่างกันมาก แต่เอาเข้าจริงกลับอร่อยกว่าที่คิด เส้นมีความยืดหยุ่นมากกว่าเส้นราเมนปกติ น้ำซุปก็ประมาณซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ้นบ้านเรา แต่ทิ้งให้เย็น ซึ่งเราสามารถเพิ่มความเปรี้ยวและเผ็ดได้จากกิมจิที่มาด้วยกัน ตัวแตงโมกเพิ่มความสดชื่นขณะทานด้วย รสชาติดังกล่าวช่วยแก้เลี่ยนเนื้อย่างได้เป็นอย่างดี
ของหวานเป็นเมล่อนกับองุ่น หวานฉ่ำชื่นใจมาก
ขากลับไปโรงแรม ร้าน 7-Eleven ได้เริ่มโปรโมชั่นซิงเกิ้ลที่ 12 ของ Nogizaka46 พอดี ตอนนั้นผมพยายามที่จะซื้อ Nogizakappa Ebisen แต่พนักงานที่เป็นคนต่างชาติเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออย่างไร ตอนนั้นเลยไม่ได้ซื้อ
ผมมารู้ทีหลังว่า ถ้าจะซื้อข้าวเกรียบกุ้งดังกล่าว จะต้องเอาคูปองที่อยู่ในกล่องใส่บนป้าย พร้อมกับซื้อขนมปังบนชั้นมา 2 ชิ้น เป็นอันว่าชวดไป
ตอนหน้า ก็จะเป็นบล็อกเที่ยวญี่ปุ่นตอนสุดท้ายแล้ว ผมจะเขียนถึงกิจกรรมที่ทำก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยในคืนวันสุดท้ายของทริป อย่าลืมติดตามกันนะครับ